พชร พูดคุย

 www.bansuanpa-chara  ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางให้เพื่อนๆที่อยากเป็นเกษตรกร คิดอยู่ ทำอยู่ กำลังเกิดประกายหรือแม้แต่ชื่นชอบในการปลูกพืช มีความสุขกับการได้เฝ้าคอยพืชพันธุ์เจริญเติบโต เข้ามาพูดคุย ทักทาย ให้กำลังใจ แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็น ข้อมูลต่างๆ ร่วมกัน ในเรื่องการเกษตรและเรื่องทั่วๆ ไป   เช่น เรื่องการปลูกผัก การเลี้ยงสัตว์ การทำปุ๋ยหมัก การดำเนินการด้านการเกษตร ปัญหาและอุปสรรค ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ภูมิปัญญาชาวบ้าน นวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการเกษตร ทิศทางการเกษตร ปรัชญาในการดำรงชีวิต ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขกับการเข้าใช้เวปไซด์ของเราครับ แนวคิดด้านการทำเกษตร การผันตัวเองออกจากมนุษย์เงินเดือนไปเป็นเกษตรกร การพกความรู้ ความสามาถ ความอดทนไป  ประกอบด้วยหลายแขนงวิชา ไม่ง่ายกับการเป็นเกษตรกร เกษตรต้องใช้ทุกอย่าง วิชาทุกแขนง และที่สำคัญคือความอดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ความลำบาก ความไม่แน่นอน ของสภาพดินฟ้าอากาศ ที่นับวันจะเลวร้ายลงมาก กว่าในอดีต ทุกอย่างต้องดำเนินไปได้ ด้วยความพอดี  พอเพียงสมแก่เวลาและฐานะ หลายคนบอกว่ามานั่งทำทำไม ซื้อแบบสวนที่สำเร็จรูปเลยไม่ดีกว่าเหรอ ก็ดีนะครับคำตอบ แต่หลายอย่างไม่ได้ลงมือทำเอง ไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้เอาเหงือหยดลงพื้นดินที่เราแรกมาด้วยแรงกาย จากการทำงานรับเงินเดือน มาเป็นเกษตรกร นี่แหละครับคือสิ่งสำคัญในการทำเกษตร จิตวิญญาณ ในความรักต้นไม้ ต้นหญ้า ต้องเรียนรู้ บางคนอยากได้สวนยังกับสนามกอล์ฟ เรียบหน้าสวยเนียน สิ่งหนึ่งที่ต้องคิดเลยนะครับ ที่ไหนหญ้าขึ้นได้ แสดงว่าที่ดินตรงนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ พอสมควรเลยแหละครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือน การจะก้าวออกจากวงจรที่แตกต่างจากที่ทำทุกวันเป็นเรื่องยากมากนะ ค่อยๆคิดกันไปนะ

6/8/2559 ไม่ได้เข้ามาเขียนในนี้นานพอสมควรเลยที่เดียวเรื่องราวการทำงาน การผ่านช่วงชีวิตต่างๆ มาถึงตอนนี้ สวนพชรได้ลงตัวมากขึ้นเป็นแหล่งพักพิง เป็นแหล่งอาหารสำรองได้ กาลเวลาผ่านไปกับสิ่งที่ได้มาและเสียไป อยากให้ พ่อ กับ แม่ ได้ชื่นชมความสำเร็จผมคิดว่าทุกคนที่คิดจะทำอะไร ก็อยากให้คนที่เรารักและรักเราได้เห็นความสำเร็จของมัน บนความมานะบากบั่น มาวันนี้ไม่มีคนชมแล้ว เหลือแต่พี่สาว และน้องสาวที่อยู่แดนไกล ทางเลือกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทางเดินก็เช่นกัน ผม ไม่ได้ย่อท้อต่อความยากลำบาก ยังคงทำสวนของเราต่อไป ให้ก้าวหน้าแต่คงต้องมีจุดๆหนึ่งที่มีความพอดี และ พอเพียง

18/8/2559 อยากเข้ามาเขียนในนี้เป็นบางครั้งเล่าเรื่องราวที่ได้พบเจอมา มีเพื่อนสมัยเรียน ช่างเทคโน ได้เห็นสวนพชร เกิดแรงบันดาลใจหรือว่าตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็ไม่รู้อะนะ พยายามหาที่ดินในราคาที่ผมเองคิดว่าแพงนะ เป็นที่ดินจัดสรร เพื่อทำสวนเกษตร มีกลุ่มในเฟสมาจัดสรรขายให้ อยู่ที่ราชบุรี ตอนนี้อยู่ขั้นตอนการโอนที่ดินมาเป็นของเขาเอง แต่สิ่งที่เขาคิดแตกต่างจากทีเราเข้าใจเหลือเกิน ตอนนี้เขามองหาบ้านน็อคดาวน์ เพื่อมาตั้งในที่ดินของเขา ก็เป็นแนวทางที่เป็นไปได้อะนะ แต่สิ่งที่ประสบการณ์สอนผมมากมาย การที่จะมีทรัพย์สินแบบนั้นได้ดั่งใจหมายต้องใช้เงินมากมายในการจัดหา  มันจะพอเพียงเหรอ สิ่งที่ต้องทำมากมายและสำคัญกว่าบ้านมีอีกเยอะ เช่นรั้ว ระบบสำรองน้ำ อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย แล้วแต่มุมมอง ก่อนจะทำมันต้องตั้งคำถามในใจก่อนว่าซื้อเพื่ออะไร เกษตรเหรอ แบบนี้อาจไม่ใช่แระ ผมก็ติดตามอยู่เรื่อยๆ ดูแนวทางไป ยังไงจะมาเล่าเป็นเคสตัวอย่างให้ฟังนะครับ 

19/10/59 ที่อยากเขียนวันนี้เพราะอยากบอกว่า การเกษตรมีหลากหลายแนวทางในการทำงาน ต้องคิดก่อนว่าจะทำอะไร แต่ การที่เราเป็นคนต่างถิ่นจะอยู่และกลมกลืนกันยังไง ต้องคิดนะ ในความเข้าใจผมต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังพอสมควร แต่ก็ต้องไม่สูญเสียความเป็นตัวตนของเรา บางอย่างต้องเรียนรู้ เกษตรเป็นวิทยาศาสตร์ เหมือนห้องทดลองเราจะทำอะไรอยากรู้เรื่องอะไร ต้องลองทดสอบทดลองเอง แล้วก็เข้าใจ สมารถนำมันมาใช้ให้เกิด ประโยชน์ทั้งหมด ไม่ได้บอกว่าต้องเป็นทุกอย่าง ต้องทำเองหมด แต่ก็ควรจะมีใจรักในการทดลองค้น คว้าว่าจะทำอะไรที่มาที่ไปของสิ่งที่เราใช้ประโยชน์ คำถามที่เราควรถามเวลาซื้อของมาใช้ คำถามแรกควรถามว่า เอ๊ะ เราสามารถทำเองได้ไหม เราทำเองใช้เองได้ไหม เราปลูกเองได้ไหม เราเก็บเมล็ดพันธ์ไว้ปลูกเองได้ไหม นี่คือความคิดแบบยั่งยืนนะ ในสังคมบ้านเราจะ มีคนบอกเราเสมอถ้าเรามีความคิดแบบนี้ ว่าขี้เหนียวซื้อเขาซะบ้างซิ  นี่แหละครับคือสังคมการบริโภคนิยม หลายคนมีรถกะบะ แทบจะบอกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลย แต่การขับรถ มันเป็นการบ่งบอก ฐานะทางสังคมในบ้านเรา และ การยอมรับในสังคมกลับมองว่ารถใหม่แพงเป็นผู้ที่ควรนับหน้าถือตา ผมเองขับรถที่ตกทอดมาจากพ่อ เอามาทำสวนวันนี้ถ้าผมซื้อรถใหม่คงไม่คุ้มที่จะนำมาทำสวน เพราะรถใหม่แพงมาก ซื้อรถใหม่เท่ากับซื้อที่ดินได้อีกแปลง นี่แหละครับคือสังคมไทย เราต้องแปลกแยก และออกจากความคิดวังวนตรงนี้ให้ได้นะ ถ้าเรายังออกมาสู่ภายนอกไม่ได้ก็คงจะต้องตามกระเเสมันไป การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นแทบไม่มีในสังคมไทยแล้วครับ เพราะปัจจุบัน พ่อ แม่มักส่งลูกไปเรียนกวดวิชา เรียนพิเศษ สิ่งที่พ่อแม่จะสอนลูกทำกับข้าว หุงหาอาหาร ต้มแกง มันแทบไม่มีอะไรส่งทอดสู่ลูกหลานได้เลย ดูง่ายๆปัจจุบันนี้แค่การทำทอดมันต้องไปเรียน ผมมองว่าการทำทอดมันขายมันไม่ได้ยากเลย ถ้าเราทำทอดมันกับแม่ ตำพริกแกงกับแม่ สิ่งเหล่านี้แหละครับคือภูมิปัญญาครอบครัวที่ควรสืบต่อกัน ให้มีวิชาติดตัว ซึมซับการทำอาหาร การเรือน เมื่อถึงวันหนึ่งเด็กต้องคนหาวามชอบที่ตัวเองชอบจะได้ นึกถึงในวัยเยาว์ ประทับใจอะไร 

26/10/2559

วันนี้ได้ค้นพบอีกอย่างสำหรับที่ดินสวนพชร การค้นพบก็เกิดจาการทดลองนะอยากทำ เครื่องใช้จานชามเอง อันแรกมาจากเต้าตะเกียงน้ำมันพืช เผาเองใช้เองได้ไหม ทำของที่ระลึกเองได้ไหม ใต้ผืนดินของเราสามารถทำของพวกนี้ได้ไหม นี่คือคำถามที่ครุ่นคิดในหัวผมมานาน และวันนี้เราก็สามารถทำได้ ทำจากดินที่เราเหยีบย่ำ ดินที่เราซื้อมาเข้ามาอาศัย ให้คุณแก่เราไม่เฉพาะแค่อาหาร แต่เครื่องใช้ไม้สอยด้วย อยากทำอีกหลายอย่างแต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปนะ 



เต้าตะเกียงพร้อมใส้

แก้วกาแฟทดลองทำเพื่อ ทดลองเผาว่าจะแตกหรือไม่ เป็นดินจากสวนพชร

นี่คือสิ่งที่กำลังจะสื่อว่าการเรียนรู้การทดลองไม่สิ้นสุดนะ ถ้าเราสามารถเผาของพวกนี้รูปแบบนี้ได้ในอนาคตเราก็อาจจะเผาอย่างอื่นที่ สวยใช้สอยได้ดีกว่านี้ ดินเผาเมื่อก่อนเราก็ทานข้าวจากหม้อดิน ทำไมเราจะใช้ของที่ทำจากดินเผาไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ที่ดินที่สวนถูกรบกวนน้อยมากจากสารเคมีทางการเกษตร ผมว่าจะเหมาะ แก่การทำของพวกนี้ใช้มากนะ วันนี้อาจยังไม่สวยไม่ลงตัววันหน้า ต้องเนื้อละเอียดขึ้น ดินอาจจะต้องหมัก ผ่านการกรอง เอาเศษไม้ รากไม้ใบไม้ออก ทำให้เราได้งานดินเผาที่มีคุณภาพดี

5/11/2559

มุมมองอย่างนักเคมี นักเคมีมองว่าทุกอย่างรอบตัวคือสารเคมี เราก็กินสารเคมีและใช้เคมีในการ เปลียนอาหารเข้าไปเป็นพลังงาน เพราะฉะนั้นเราก็แยกไม่ออกจากสารเคมี แต่ควรแบ่งนะว่าเป็นสารเคมีจากธรรมชาติหรือเป็นสารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้นนะ การทานอาหรารไม่เถียงนะว่า ประกอบด้วยสารเคมี แต่ที่เราควรกังวลคือ สารเคมีที่เป็นพิษต่อมนุษย์ และเป็นผลจากที่มนุษย์สร้างขึ้น อย่าที่เป็นที่ถกเถียงกันว่า ผักไฮโดรโปรนิกส์ มันเป็นสารเคมีหรือไม่เพราะปลูกโดยอาศัยสารเคมีทั้งกระบวนการ แต่ก่อนอื่นเราควรแยกก่อนนะว่า ดินมีหน้าที่คอยพยุงรากให้ต้นไม้ การดูดซึมอาหาร ก็ผ่านทางราก อาศัยน้ำเป็นตัวทำละลาย เพราะฉะนั้นมันก็ไม่แปลกนะถ้ามันจะไม่ต้องใช้ดินในการพยุงราก เพราะเราปลูกต้นไม้ต้นไม้โตขึ้น ผืนดินเราก็ไม่ได้ยุบไปไหน แสดงว่าต้นไม้กินอาหารแค่บางอย่าง และเอามาปรุงแต่ง ผมเขียนตามความเข้าใจของผมอะนะ อาจไม่ตรงหลักการทางเคมีทั้งหมด แต่คิดแบบบ้านๆ ถ้าวันหนึ่งวันใดผมคิดว่าไม่นานเกินรอ มนุษย์ก็คงคิดวิธีการสังเคราะห์เนื้อเยื่อของสัตว์แทนการเลี้ยง หมู เลี้ยงวัว ให้เนื้อและเรานำมาฆ่า ถึงวันนั้นก็อาจต้องมาต่อต้านกันอีกว่า ควรกินไหม เนื้อสังเคราะห์ และยิ่งหนักไปกว่านั้น คนที่ทานมังสวิรัต หรือเจ อาจต้องตีความกันใหม่เรื่องเนื้อ ขอบเขตคำจำกัดความของเนื้อ จากสัตว์และเนื้อสังเคราะห์  เขียนไป เขียนมาออกแนวหนังวิทยาศาสตร์แล้ว  เอาเป็นว่าอะไรที่ทานได้ไม่ตกค้างในช่วงชีวิตคน  ก็ทานกันไปยอมรับกันไป ทุกอย่าจำกัดอยู่บนอายุไขของคน ทั้งยา อาหาร และเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์

29/12/2559

วันนี้เป็นอีกวันที่อยากเขียน อยากพิมพ์ไว้ให้ใครที่ได้อ่านและ ได้แวะเวียนเข้ามาด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตามอะนะ คือหลงเข้ามา ไม่กี่วันก็สิ้นปี 2559 แล้วทำสวนมาทั้งปี 2559 ได้อะไรไม่มากนัก มองอย่างคนมีเงิน จะลำบากทำไม ไปๆมาๆ ขับรถเหนื่อย ไม่เคยปฎิเสธนะว่าไม่เหนื่อย แต่มีความสุขที่ได้ทำ บนความมุ่งมั่น ตอนนี้ก็มาถึงครึ่งทางแล้ว หน้าที่การงานปัจจุบันก็ลำบากไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อนเลยในวงการอุตสาหกรรม ไม่นานคงได้ออกไปอยู่สวนอย่างที่ตั้งใจไว้แน่ๆ อยากเลี้ยงไก่ไข่ ขายไข่แต่ไม่ขายแม่ไก่ อยากเลี้ยงสัตว์กีบ ให้สวยงามแต่ก็ไม่ได้อยากส่งโรงเชือด อยากจะตีโจทย์นี้ให้ออกว่าเราจะทำยังไงไม่ให้ทำร้าชีวิตสัตว์ ถ้ารายได้เรารอยยิ้มเราอยู่บน การแลกมาด้วยชีวิตใครมันก็ไม่คุ้มกันนะจะหัวเราะอย่างมีความสุขได้ยังไง ต้องหาทางออกเรื่องนี้ให้ได้นะ 


30/12/59 

ทำการเกษตรกับทำบ้านพักตากอากาศต่างกันตรงไหน ในความคิดผมว่าไม่เหมือนกันนะบ้านตากอากาศ มาเพื่ออะไร เพื่อนซื้อที่ดิน  2.9 ไร่รวมทุกอย่างแล้ว เป็นล้าน อย่างที่เคยเขียนบอกไว้ว่า ต้องมีความมุ่งมั่นและมั่นคงพอสมควรความแน่วแน่ต้องมาก่อนอย่างอื่นเลย และที่สำคัญ โบราณบอกว่าอย่าเป็นไฟไหม้ฟาง แป๊บเดียวหายไป นี่คือสิ่งสำคัญผมทำสวนมานานหลายปี เป็นเกษตรกรพาร์ทไทม์ มีเงินไม่มากซื้อที่ดินแปลงนี้มีตังค์อยู่แค่ไร่เดียว ผมลงแรงเอง ตอนนี้ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แต่คนรวยคนในสังคมมองที่ผลของมัน ซื้อแล้วทุ่มไปเลย ที่เดียวออกมาสวยหรูเหมือนอย่างที่ เพื่อนผมกำลังทำ มีเวลาให้ดูกันไปอีกนาน ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป คนที่ทำเกษตรจริงๆมาเท่าที่ผมเคยเห็นยังทิ้งรกร้างได้เลย มันอยู่ที่ความมุ่งมั่นนะ ติดตามกันไปครับ

7/3/60

วันนี้ก็อยากเขียนอยาก บอกว่าเวลาที่ผ่านไปกับความยากลำบากในการมาทำสวนกว่าจะผ่านการงานประจำมาได้แต่ละสัปดาห์ก็ ลำบากเหลือหลายปัจจุบันงานตามโรงงานก็ใช่ว่าจะได้เงินง่ายๆ จ้างคนเยอะ มันทำแบบนั้ไม่ได้แล้ว 1 คนต้องทำมากกว่า 2 หน้าที่อย่างที่ผมเจออยู่นี้ผมว่าไม่แตกต่างกันในรายละเอียดสำหรับที่อื่น  กว่าจะได้ถึงวันเสาร์ พอถึงวันอาทิตย์ ก็ไม่อยากให่้เย็นมืดอีกเพราะอยากอยู่ทำสวนนานๆ ไม่มีอะไรพอดี  อยากหางานที่ทำให้ได้หยุดวันเสาร์ อาทิตย์ จะได้มีเวลาเยอะขึ้น ตามแผนการที่วางไว้ แต่ก็ไม่รู้จะเป็นไปได้มากน้อยเพียงไหน มาดูงานสวนก็มากมายเหลือเกินต้องทำกันตลอดระบบน้ำเอย มันไม่ใช่แค่ระบบน้ำ มันหมายถึงการป้องกัน สิ่งที่เราทำไว้แล้วไม่ให้มันผุพังก่อนเวลาอันควร ปัจจัยต่างๆมีมาก ตอนนี้ก็ซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือ เยอะมาก แบบว่าสามารถจะตั้งโรงงานได้แล้วอะ นึกแล้วขำคนเราทำอะไรแต่ละครั้งเครื่องมือเต็มไปหมด

 

17/6/2560

วันนี้มีเวลาอยากเขียนอยากเล่าเรื่องราว สวนพชร นะตอนนี้ไปถึงไหนแล้วก็ตามสภาพ นะต้นไม้ต่างโตมากแล้ว สวนไผ่ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ที่สำคัญตอนนี้ได้ไฟฟ้าแล้วนะ สวนพชรมีไฟฟ้าใช้เองมาประมาณ 1 เดือนแระได้ใช้ไฟฟ้าเราเองหลังจากพึ่งพาพีชายแสนดีเรามาตลอด  แต่กว่าจะได้มาตรงจุดที่มีไฟฟ้าใช้เองได้นี่เรื่องมันยาวเลยนะ เพราะว่าต้องฟันฝ่ากับกฎของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมากมายนักเพราะเราคงเป็นคนทำเกษตรแบบทั่วๆๆไป แต่ละอย่างกว่าจะได้มาลำบากมากครับยากมากจริงๆๆ

 

3/7/2560

เข้าบ้านต้องสำรวจว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไร ไปเที่ยวไหนก็ต้องมองหาทางหนีทีไล่ กันไว้ก่อน แต่แปลกใจตรงที่ ซื้อที่ดินก็เหมือนบ้านเหมือนสถานที่ใหม่ที่แตกต่างจากที่เราอยู่ แต่ทำไมไม่สำรวจ ไม่ศึกษาหาข้อมูลว่าอะไรขึ้นในที่ดินเราซื้อมา อาจมีสมุนไพรของที่กินได้เยอะแยะ แต่ส่วนมากมาถึงก็ไถครับ  ปรับหน้าดิน ตัดหญ้าสารพัดเหมารวมหมดว่าที่กินไม่ได้คือ หญ้า  แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งนั้นอาจมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่เราจะปลูกก็ได้ อะไรที่ช่วยในการกินหญ้าลุกคืบเข้าไป แทนที่หญ้าอะไรที่เป็นสมุนไพรอะไรที่สามารถเป็นผักจิ้มได้ เยอะแยะนะผมว่า มะเขื่อขื่น มะแว้ง เถาขี้กา สารพัดต้นไม้ที่เป็นยาเราเหมาว่ามันคือหญ้าหมด ผมว่าสิ่งที่เราขาดคือความรู้ การแสวงหาความรู้มากกว่าสิ่งอื่นใด  ผมเกิดในเขตน้ำกร่อยนะ บ้านผมมีแต่ต้นจาก แสม โกงกาง ปรงทะเล พอสอนให้กินทำให้กินหลายอย่าง การทำจาก การทำน้ำตาลจาก เดี๋ยวนี้หายไปหมดแล้ว การเชือมลูกรุ่ย การกินต้นปรงไข่ สารพัดนะ ผมเรียนรู้กับต้นไม้ชายเลนเกือบทุกชนิด ลูกหัวลิงมีพิษร้ายแรงสำหรับสัตว์แต่คนกินได้ ทุกอย่าที่กล่าวมาคือแหล่งเรียนรู้ ที่ทำให้เราอยากรู้อยากหาประโยชน์จากที่อื่นดินแดนอื่นว่ามีอะไรกินได้บ้าง แมลงที่เราต้องเรียนรู้อีก สำหรับที่ดินของเรา เราเป็นผู้บุกรุกไปในดินแดนที่เขาอยู่ต้องเข้าใจต้องเคารพเพื่อนบ้านที่อยู่ก่อนหน้าเรา ต้องศึกษานิสัยใจคอของแมลง หรือสัตว์แถวนั้นว่าเรียกว่าอะไรมีพิษอะไรบ้าง  เจอมูลสัตว์ต้องแยกแยะก่อนว่าเป็นสัตว์อะไรกินเนื้อหรือกินพืช  นี่คือสิ่งที่ผมทำมาโดยตลอดนะ บางอย่างไม่ผิดนะ  ถามว่างูผิดไหมที่เกิดเป็นงูแต่เรา ตีมันหมดทุกชนิดที่เป็นงู มันก็เหมารวมเกินไปไหม เราควรศึกษาสักหน่อยนะ

 

11/7/60

วันนี้อยากพูดเรื่อง "คำพูดที่ว่าปลูกที่กิน กินที่ปลูก"คำนี้ฟังดู เหมือนกลับสู่ความพอเพียงนะแต่ความคิดผม และ เท่าที่ผมดูมันไม่ใช่นะ ตอนนี้ชัดเรื่องกระเเสการปลูกทุเรียน ในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่ภาคใต้ ไม่ใช่ตะวันออก พยายามปลูกทุ่มทุนกันเข้าไป บางครั้งเราควรอยู่กับท้องถิ่นที่เราอยู่กินอย่างที่เหมาะสมกับพื้นที่นะ การพยายามหาของที่เรากินมาปลูก มันทำให้เราตามกระเเสเกินไปไหม และ ไม่พอเพียง บางท่านไปหา พวกไม้นอกมาปลูกยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เข้าใจนะว่าคนเรากินหลากหลาย มาจากหลายพื้นที่เราต้องการของป่ามาใกล้มือ ต้องการปลูกพืชเมืองหนาว หลายๆๆอย่าเสียเงินเสียทองไปเป็นจำนวนมากแบบไม่รู้ตัวกับการหาต้นพันธ์  เราน่าจะกลับมาคิดว่าเราอยู่ที่ไหนอะไรเหมาะกับที่ดินนั้นเราก็กินตามนั้นผมว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะ แสวงหามาเพื่ออะไรวิ่งตามเพื่ออะไร ที่สวนผม มีของปลูกไม่มากมาย ไม่โลดโผน มากนักปลูกที่รอดเหมาะสมกับพื้นที่อะไรขึ้นง่ายก็ปลูกสิ่งนั่น กินสิ่งนั้น พยายามใช้ทรัพยากรตรงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด นี่คือสิ่งที่ผมคิดมาโดยตลอดนะ สิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงมากๆคือ ต้นไม่ประจำถิ่นที่อยู่นั้นๆ กินได้ไหม ใช้ประโยชน์อะไรได้ไหม นั้นคือคำถามที่ผมเดินในสวนตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมทำแบบนี้ตลอด  ตั้งคำถามหา ความรู้กับสิ่งที่เราเหยียบย่ำ เดินก้าวย่างเข้าไป แม้แต่ต้นไม่ใบหญ้าก็มีคุณประโยชน์มากมาย

 

25/7/2560 

จะไปเขียนในกระดานคุยกันหลังงานสวนก็ ไม่มีหัวข้อให้เริ่มเลย เลยอยากมาบ่นในนี้แทน ปัจจุบันนี้โลกโซเชียล ที่เรียกกันตอนนี้ใครเข้าไม่ถึงนี่เสียเปรียบอย่างมากเลยนะมาวันนี้ใครไม่มีไลน์ ไม่มีเฟส นี่แบบว่าหลังเขาเลยอะ จริงๆแล้วมันก็ไม่น่าจะต้องขนาดนั้นนะผมว่าทุกคนเพ่งมองแต่จอกันทุกวันไม่เว้น แม้แต่ทานข้าว บางคนใน เพจของเฟส กลุ่มเกษตรเองก็ โชว์กัน อวดกันมากมายในเฟส มันเลยกลายเป็นตรวจสอบไม่ได้ว่าจริงไหม ทำจริงไหม ไอ้ที่เรัยกว่าพอเพียง มันพอเพียงกันจริงไหม บางครั้งแทนที่จะมีสาระอะไร ลองถามอะไรที่เป็นสาระหน่อย ไม่มีใครตอบเลย ต้นไม้อะไรที่บอก ที่ลงในเฟส คนโพสต์ก็ลงไว้ แต่ไม่มีใครมาบอกว่ามันชื่ออะไรเลย เม้นท์เล่นกันออย่างสนุกสนาน สาระแทบไม่มี

7/10/60

วันนี่มีโอกาสได้เขียนอะนะ ตามสภาพดินฟ้าอากาศ การเปลี่ยนแปลง ที่ไม่แน่นอน ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำอะไรก็ต้องมีการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า สำหรับการเกษตร มันต้องดูกันยาวๆ ว่าใครจะอึดกว่ากัน เพราะ อุปสรรค มากมาย ทำให้กิดการท้อได้ทุกเวลา สำหรับการทำแบบพอเพียงตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงตรัสไว้ แต่ละคนเอาไปเป็นแนวทางที่แตกแขนงไปมากมายทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ การพอเพียงไม่จำเป็นต้องมีที่ดิน ไม่จำเป็นต้องมีผลผลิตทางด้านการเกษตร และที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องเป็นเกษตรกร แต่การพอเพียงคือ รู้จักประมาณตน อย่างที่ตนเป็น ไม่มากไม่น้อยเกินไป สมกับที่เราหามาได้ คนเราจะมองไปที่การเกษตร ว่าต้องลดต้นทุนในการดำรงค์ชีวิต แต่จริงแล้ว การลดต้นทุนในการใช้ชีวิต ก็ต้องทุ่นเรื่องการกินเหรอ อาจจะไม่ใช่อย่างเดียวนะ ผมว่าเราต้องตีโจทย์ ของเราให้ออก แต่ละคนมีโจทย์ไม่เหมือนกันเลย ไม่มีใครลอกใครได้เหมือนหมดทุกอย่าง ต้องคิดในแบบตน และทำในแบบตน ทุกวันนี้ถึงเวลาที่เราจะต้องมองกลับมาที่ตัวเราเอง ก่อนจะไปมองที่อื่น หรือมองสังคมทำให้เป็น เราเปลี่ยนสังคมไม่ได้แต่เราเปลี่ยนแปลงตัวเราเองได้ ทุกอย่างเริ่มจากความคิด ให้หยุดความคิดที่ไม่พอเพียงก่อน อันนี้สำคัญกว่าสิ่งอื่นคือความคิดที่ไม่พอเพียง เพราะถ้าคิด ไม่พอเพียงก็จะ นำร่างกายเราสู่ความไม่พอเพียงตามมา

12/10/60

วันนี้อยากจะเขียนเรื่อง การมอง สิ่งต่างๆรอบตัวมาใช้ในงานการเกษตรและสร้างสรรอะไรหลายอย่าง คนที่ทำอะไหล่อุปกรณ์ต่างๆก็ทำออกมารองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อให้เราได้ทำงานง่ายใช้ประโยชน์ต่างๆจากอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย แต่เราจะมองออกหรือไม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้อยากนำเสนอ การนำท่อ พี วี ซี มาทำการดัดแปลงใช้งานที่เกินหน้าที่ของท่อโดยปกติที่ใช้สำหรับน้ำ มาดูกัน

 

ของพวกนี้ก็เป็ท่อทั่วไปที่เราสามารถหาได้ นำมาทำกรงน้องไก่ได้ตะแกรงก็เป็นตะแกรงตลาดนัด มีขายเยอะแยะไป ออกมาแล้วก็สวยงาม ไปมต้องไปซื้อกรงที่แพงมากงานพวกนี้ทำเองได้ภายในบ้านเราเอง

14/10/60

เมื่อวานมีโอกาศได้ คั่วกาแฟคั่วมือ ลองดูเราก็ไม่เคยรู้นะว่ากาแฟคั่วแค่ไหนถึงจะพอดี เอาหละ ก็ต้องลองอะนะเพราะไม่รู้จะรู้ได้ไง จัดการเอาแก้วดินเผาที่เอาดินจากสวนพชรปั้นไว้ มาใส่เมล็ดกาแฟดิบ ลองคั่วดู พอถึงจุดนึงเริ่มมีกลิ่นกาแฟออกมา แต่ไม่มากนักและเราก็ไม่ได้มีเล็ดมากขนาดนั้น เมื่อคั่วเสร็จลองชงดู ปรากฎว่าได้ผลหอมมาก แต่ความหอมก็ไม่มากเท่าที่เราซื้อกิน ผมว่าเราไม่ได้กินกาแฟที่เป็นธรรมชาติกันนะเรากินสารที่ปรุงแต่งกลิ่น ลงไปหรือป่าว พอเราลองกลับมาทำแบบดั้งเดิมได้รู้ว่า ความหอมแบบธรรมชาติเป็นอย่างไร แต่ตัวอย่างในการทดลองครั้งนี้อาจจะน้อยไป คงต้องทำการทดลองซ้ำมาดูรูปกัน

ไหม้หรือป่าวคงดูยากจากความที่เราไม่เคยทำมาก่อนแต่ก็ดูดีนะ ไม่แตกลองชงดูบดกันดูก่อน

อย่าไปคิดอะไรซับซ้อนมากง่ายๆใส่ถุงทุบให้ละเอียดชงผ่านน้ำ ก็ได้ลิ้มรสกาแฟ สวนพชรแล้ว รสชาติหอม ขึ้นจมูกดี บางอย่างเรากลับสู่ดั้งเดิมแล้วลองดูว่าจะเป็นอย่างไร อย่าคิดว่าที่เราทานกันทุกวันนี้จะไม่ปรุงแต่ง


26/10/2560

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราชาวไทยที่เกิดบนแผ่นดินไทย จะได้ไปสงเสด็จในหลวงรัชการที่ 9 อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราผมได้ไปพยายามเข้าให้ถึงการวางดอกไม้จันท์ จากที่ไบเทคบางนา ลูกสาวไปไม่ได้เข้าไปคนเยอะมาก จึงเปลี่ยนแผนไปที่วัดใหญ่บางปลากดแทนก็ไม่ได้ต่างกัน คนเยอะจริงๆ หลายคนเป็นลมแดด และอบอ้าว ล้มลง บรรยากาศ ชั่งแสนหดหู่ ผมเข้าแถวจากปากทางวัดใหญ่กว่าจะถึงเต็นท์ ผมไม่บนอะไรเลยเพราะผมอยากมาส่งในหลวงเป็นครั้งสุดท้าย แต่สุดท้ายผม ก็ไม่ได้วางดอกไม้จันท์ เพราะแถวที่ยาวเหยียด มีเพียงรูปภาพแห่งความทรงจำ นี้ไปอีกนานแสนนาน

ผมถ่ายรูปจากซุ้มประตูวัดออกไปปากทางเข้า

กระดาษกล่องมีความสำคัญมากได้กระดาษเหมือนได้พัดลม ทุกคนไม่ย่อท้อรอขยับที่ละ เซน  ที่ละ นิ้ว

ภายในที่วัดก็จัดไว้สวย แต่ท้ายสุดผม ก็ได้แต่ระลึกถึงพระองค์ ลูกสาวผมทนร้อนไม่ไหวจะร้องไห้ต้องออกก่อน

ดอกไม้เต็มไปหมด ท้ายสุดผม ก็คิดระลึกเสมอว่า กราบที่ไหนก็ถึงพ่อ พอๆๆกัน ครับ

18/11/2560

อยากเขียนวันนี้อยากบอกว่าทุกอย่างที่เข้าใจกันเรื่องความพอเพียง อาจไม่ถูกกันนะ ดูข่าว ก็จะพากันเข้าใจว่าต้องทำเกษตร ถึงจะเรียกว่าพอเพียง ในความหมายมันไม่ใช่นะ พอเพียงคือ รู้จักประมาณตนที่ตนเป็นแค่นั้น พอเพียงแค่ ไม่ต้องแสวงหาให้มากกว่านี้ ไม่ต้องกู้ใคร ไม่ต้องเป็นหนี้ ลดความอยากลง ทำได้ทุกสาขาอาชีพนะ ไม่ใช่เห็นคนขับรถราคาแพงแล้วบอกว่าเขาไม่พอเพียง อาจไม่ใช่นะ เพราะเขามีเท่านี้ถ้าเขาขายแล้วไปซื้อรถที่ถูกว่าทั้งๆๆที่คันนี้ก็ใช้ได้อยู่อันนี้เรียกว่าไม่พอเพียงแล้วนะ ผมว่าสับสนกันไปใหญ่แล้ว การบริหารชีวิตให้พอเพียง ต้องคิดให้คิดในก่อนจะไปคิดนอก คือ คิดก่อนว่าเราทำอะไรเราเป็นอย่างไร และจะลดอะไรอะไรที่เกินความจำเป็น นี่ต่างหากที่เป็นแก่นแท้นะ ถ้าทุกคนทำได้ก็จะทำให้เงินเก็บเหลือมากขึ้น ความมั่นคงทางการเงินก็จะดีตามไปด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

กล้วยน้ำว้าพันธุ์ปากช่อง 50 เครือใหญ่ ผลดก< อ่านรายละเอียด>

ความแตกต่างระหว่างชมพูเพชรสายรุ้ง & ชมพู่เพชรสุพรรณ <อ่านรายละเอียด>

 

 ป้าเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว อยู่กรุงเทพนานๆ ไม่ค่อยได้ ออกแนวพระรามเดินดงอยู่เล็กน้อย นายปัทม์ก็ชอบเที่ยวเหมือนกันแต่เราเที่ยวกันคนละรูปแบบ นายปัทม์มีครอบครัวแล้วไปไหนก็ต้องดูให้สะดวกสบาย แต่สำหรับป้าอ้อนี่นึกไปไหนก็ไปได้ เข้าป่า เที่ยวเมืองล้วนไม่ติดขัด ด้วยเหตุนี้เวลาปลูกต้นไม้ถึงไม่ค่อยจะได้ผล เพราะไม่ค่อยได้รดน้ำดูแล คนเราจะให้ถนัดไปทุกอย่างได้ไง ป้าเลยสร้างมุมในเวปบ้านสวนพชรที่ตัวเองถนัดดีกว่า การได้รู้ ได้เห็นแล้วนำมาให้คนอื่นดู ถือเป็นการแบ่งปันนะคะ ดูภาพกันสวยๆ click ตามหัวข้อเลยค่ะ @_@

สวรรค์สุดขอบฟ้า แชงกรีล่าในใจคุณ
มนต์เสน่ห์แห่งเนปาล

ชีวิตเดินช้าที่พม่า
เวียดนามกลาง-ใต้
ซาปาและนาขั้นบันไดที่หยวนหยาง

ทุบกระปุกบุกเกาะชวา
บาหลีดินแดนแห่งเทพเจ้า

เขาสอยดาวใต้
Kangchenjunga Sikkim
เส้นทางสายบางตะบูน

           นายปัทมฯ  e-mail /msn : n_vand04@hotmail.com
                  mobilephone:081-694-0200 , 084-563-0782

ID LINE : ppn1972
               


สถิติเข้าชมบ้านสวนพชร

จำนวนผู้มาเยี่ยมสวนพชร

- Designed by EZwpthemes Drupalized by Azri Design